[SF]One touch...[HoSoo]

posted on 13 Apr 2008 14:50 by hosoo0615  in Hs-Fic

Title : [SF] First Snow
Couple : Yoonho x Junsoo
Author : yunho_prince
Rating : PG
Genre : POV
BGM : เค้ก B5 - ค้น.....พบ(Found)
August Band - ขอบคุณกันและกัน

Author’s Talk :เป็นคล้ายๆกับภาคต่อจากของจุงชิม คือตอนแรกแต่งของจุงชิมแล้วเอาไปลงฉลองปีใหม่ แต่แต่งโฮซูไม่ทันเพราะกำลังจิตตกเรื่องผลสอบสัมภาษณ์อยู่ มีคนเคยบอกว่าไม่มีใครเก่งมาแต่เกิด สิ่งเดียวที่ต้องมีคือความพยายาม แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือการเริ่มต้น (ไม่เกี่ยวๆแต่อยากเล่า -*-)เอาเป็นว่าอ่านฟิคหน้าหนาวกันตอนร้อนๆแล้วกันนะคะ ขอบคุณที่อ่านค่ะ

**********************************************


Yoonho’s Diary

ธันวาคม 2005


เพราะอัลบั้มเฉพาะกิจนี่แท้ๆเลยที่ทำให้พวกผมทั้งห้าคนและเจ้าพวกมนุษย์เริงร่าทั้งสิบสองคนได้มารวมตัวอย่างพร้อมหน้ากันอีกครั้ง อากาศที่หนาวจนติดลบก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเล่นของเจ้าพวกนี้เลยซักกะนิดเดียว ทุกคนดูสนุกกับการได้เล่นและได้คุยกับเพื่อนเก่าที่เคยเป็นเด็กฝึกหัดมาด้วยกัน โดยเฉพาะเจ้าลูกชิ้นของผมที่ออกจะดูมีความสุขมากที่สุดเพราะได้กลับมาเล่นกับเพื่อนรักอย่างอึนฮยอก มีแต่ผมคนเดียวนี่แหละที่นั่งตัวสั่นอยู่บนม้าหมุนคนเดียว เห็นแล้วหงุดหงิดชะมัด


“พี่ยุนโฮ~ นั่งคิดอะไรอยู่อ่ะ”
อ้อมกอดนิ่มจากคนตัวหอมที่ผมเพิ่งจะบอกว่างอนเมื่อครู่โถมเข้าใส่ผมเต็มๆ


“คิดถึงเด็กดื้อบางคนอยู่”
ผมตอบโดยที่แอบชายตาไปมองหน้าจุนซูเล็กน้อย กลีบปากบางสีแดงราวกับลูกเชอร์รี่ที่สุกงอมกำลังขมุบขมิบเหมือนล้อเลียนผมอยู่ แบบนี้น่าจะจับมาลงโทษซะให้เข็ด


ถึงแม้ว่าเราจะเพิ่งเดบิวต์ได้ไม่นาน แต่ว่าผมกับจุนซูเราสนิทกันมานานมากกว่านั้นซะอีก เราเป็นเด็กฝึกหัดรุ่นเดียวกัน เวลามีวันหยุดผมก็มักจะไปขลุกตัวอยู่ที่บ้านของจุนซูบ่อยๆ คุณแม่ของจุนซูเป็นผู้หญิงที่ทั้งสวยแล้วก็ใจดี ส่วนคุณพ่อของเขาก็ทำอาหารได้อร่อยมากทีเดียว ผมไม่แปลกใจเลยว่าจุนซูได้ความอ่อนโยนมาจากใคร แถมด้วยความที่เป็นเจ้าตัวเล็กของบ้านจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าเขาออกจะงอแงและเอาแต่ใจไปซักหน่อย....เป็นเสน่ห์ที่น่ารักไม่น้อยเลยทีเดียว


ตอนแรกที่ผมไปของซุกหัวนอนที่บ้านจุนซูบ่อยๆคงเพราะว่าขี้เกียจกลับบ้าน ก็บ้านของผมอยู่ห่างจากโซลไม่ใช่น้อยเลยนี่ครับ แต่ไปๆมาๆกลายเป็นว่าเพราะผมติดจุนซูซะมากกว่า


เราสนิทกันมากกว่าใครๆทั้งหมด ผมอยู่กับเขาเกือบจะตลอดเวลาจนเรียกว่าเราตัวติดกันได้แล้วมั้งครับ ผมรู้ว่าเขาชอบ....หรือไม่ชอบอะไร รู้สไตล์การแต่งตัวหรือแม้กระทั่งขนาดเสื้อผ้าที่เขาใส่ รู้ว่าอาหารแบบไหนที่จุนซูชอบ รู้ว่าเขาชอบเล่นเกมกดมากกว่าอะไรทั้งหมด พ่อแม่ของจุนซูเป็นคนฝากฝังให้ผมดูแลเขาเป็นพิเศษ ให้เหมือนกับจุนซูเป็นน้องอีกคนหนึ่งของตัวเอง แต่ว่า....หน้าที่ของผมกลับกลายเป็นความรักในที่สุด


ถึงแม้ว่าเราจะเป็นแฟนกันมาได้ซักพักนึงแล้ว แต่เพราะว่าจุนซูเขาน่ารักเหมือนเด็กก็เลยมีแต่คนมาเล่นด้วย โดยเฉพาะไอ้พวกซุปเปอร์จูเนียร์ที่หน้าไม่ได้ละม้ายคล้ายหมีอย่างผมยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่เมื่อรู้ว่าถ้าหยอกล้อกับจุนซูก็เหมือนกับได้แกล้งผมไปในตัว แบบนี้จะไม่ให้ผมกลายเป็น ‘หมีขี้หึง’ อย่างที่ชางมินเรียกได้ยังไงล่ะครับ


“พี่ยุนโฮ เค้าอยากได้ตุ๊กตาหมี พี่ซื้อให้เค้านะ”
เสียงออดอ้อนเบาๆดังอยู่ข้างหูพร้อมกับมือเล็กที่บีบต้นแขนของผม ขณะที่คนอื่นในวงกำลังแข่งกันหลับอยู่บนรถระหว่างทางกลับอพาร์ตเมนต์ ผมทำท่าว่าจะปฏิเสธเพราะเมื่ออาทิตย์ก่อนผมเพิ่งจะเสียเงินซื้อรองเท้าคู่ใหม่ให้เขาไปเอง แต่สมองช้าๆของผมรึจะสู้ความเร็วของจุนซูได้


“ขอบคุณนะ”
ว่าแล้วก็ยืดตัวขึ้นมาหอมแก้มผมเสียที่หนึง ราวกับเป็นค่าตุ๊กตาตัวที่อยากได้

“เอ่อ.......อืม” เสียเงินอีกจนได้สิน่า


หลังจากที่รถของบริษัทส่งเราถึงหน้าที่พักแล้ว แต่หน้าที่ของเราในวันนี้ยังไม่หมดหรอกครับ เพราะมีแฟนเพลงกลุ่มหนึ่งยืนรอเราอยู่ ผมล่ะทึ่งกับแฟนเพลงของตัวเองจริงๆที่พวกเขาอดทนรอกับคนที่ตัวเองปลื้มท่ามกลางอุณหภูมิที่ไม่ถึงสิบองศาได้นานขนาดนี้ ผมยิ้มให้พวกเขาก่อนที่จะทักทายเล็กน้อยแล้วก็ต้อนสมาชิกทุกคนในวงให้รีบขึ้นไปข้างบน แต่ชางมินก็มิวายที่จะหยิบถุงขนมจากพี่สาวใส่แว่นคนหนึ่งที่เขารักชางมินเหมือนลูกขนาดที่ตามไปทุกทีติดมือมา พร้อมกับขอบคุณและอวยพรให้เขาเดินทางกลับบ้านดีๆ

ผมยังอดขำไม่หายเวลานึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น......ชางมินเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบให้ใครถ่ายรูปครับ ไม่ใช่เพราะเขาหยิ่งหรืออะไรหรอกนะ แต่เป็นเพราะว่าเขาอายด้วยส่วนหนึ่งแล้วก็เพราะกลัวแฟนเพลงจะโดนทีมงานของเราดุใส่ บ่อยครั้งที่เขาจะทำหน้าเหมือนไม่พอใจเวลามีกล้องจับมาที่เขา และพี่คนนี้แหละครับที่เคยโดนสายตาพิฆาตจากชางมินมาแล้ว......ผลก็คือเธอรีบหันหน้ากล้องมาที่ผมแล้วก็บอกกับชางมินว่าเธอกำลังถ่ายรูปผมอยู่ไม่ใช่ชางมิน กลายเป็นว่าผมได้บำเพ็ญประโยชน์ไปโดยปริยาย


“ช็อคโกแลตอร่อยๆนี่เหมาะกับเทศกาลคริสต์มาสเนอะพี่ยุนโฮ”
อร่อย? เผลอแป๊บเดียวเจ้าตัวยุ่งของผมก็ไปคว้าเอาขนมในถุงของชางมินมากินซะเรียบร้อยแล้วครับ ป่วนได้ทุกเวลาจริงๆ


และแล้วก็ถึงเวลาที่พวกผมทั้งห้าคนได้เข้าห้องพักกันซักที เหลือไปมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังเข็มสั้นก็ทักทายเลขหนึ่งของวันใหม่ซะแล้ว ยูชอนไม่สนใจใครเข้าไปนอนสลบไสลในห้องดนตรีทันที จุนซูก็เข้าไปอาบน้ำอย่างสบายอารมณ์ แจจุงกับชางมินหายเข้าไปในห้องครัวกันตั้งแต่เปิดประตูบ้านแล้วล่ะครับ ส่วนผมกำลังอ่านข้อความทางอินเตอร์เน็ตที่แฟนเพลงเขียนถึงผมอยู่

“ยุนโฮเมื่อไหร่นายจะไปนอนซักที”
แจจุงถือฝาหม้อเดินตรงมาที่โต๊ะทำงานของผมหน้าตาชวนเอาเรื่องไม่ใช่น้อยเลย

“ทำไมล่ะ” ผมถามออกไปตามประสาคนพาซื่อ

“ก็.....นายกำลังจะขัดขวางความสุขของฉัน”
อ๋อ ผมนึกออกแล้วล่ะ แจจุงกำลังวางแผนจับเจ้าเด็กโข่งชางมินมาทำแฟนนี่เอง ว่าแล้วผมก็กุลีกุจอปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช่อยู่แล้วเดินเข้าห้องนอนไปหาตุ๊กตาหน้าหวานในห้องมั่งดีกว่า

ภายในห้องที่มีเตียงสีขาวห้าหลังเรียงติดกันอยู่จนดูเหมือนมันออกจะคับแคบไปซักหน่อย แต่สำหรับผมแล้วมันไม่ได้อึดอัดเลยแม้แต่น้อย เพราะเตียงข้างๆผมพอเอามาติดกันแล้วมันก็กลายเป็นเตียงคู่อย่างดีของผมกับจุนซูนั่นเอง ผมเพิ่งเดินสวนจุนซูตอนที่เขากำลังทาแป้งอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าหลังจากนั้นผมก็เข้าไปอาบน้ำต่อ ผมนึกว่าพอเปิดประตูเข้ามาแล้วจะได้นอนกอดคนตัวหอมให้สมใจแต่กลายเป็นว่าผมต้องมานอนอ่านหนังสือรอเขาแทน


ปึ้ง!

ประตูห้องน้ำได้พังก็คราวนี้แหละ ไม่ต้องเดาซะให้ยากว่าเป็นฝีมือของใคร ก็นางมารที่เพิ่งจะไล่ให้ผมเลิกเล่นคอมแล้วเข้านอนไงครับ จุนซูคงจะไม่รู้แล้วลอยเข้าไปติดกับดักกลิ่นอาหารหอมๆมื้อพิเศษของเจ้าสองคนนั้นซะมากกว่า ผมรู้ว่าชางมินน่ะไม่โกรธหรอกเพราะคงจะชินกับความซื่อของจุนซูแล้วล่ะ แต่เจ้าแม่แผนการอย่างแจจุงที่ถูกทลายแผนด้วยความใสซื่อของจุนซูคงฉุนไม่น้อย สงสัยปีนี้ซานต้าจะไม่ให้ของขวัญนายแล้วซะล่ะชางมินเอ๊ย



วันสิ้นปีของปีนี้เป็นอะไรที่ทรมานจิตใจพวกผมเป็นที่สุดเพราะบริษัทไม่อนุญาตให้กลับบ้าน ด้วยเหตุที่ว่าเพิ่งออกซิงเกิ้ลใหม่ต้อนรับช่วงเทศกาล ดังนั้นจึงมีคิวแน่นเอี้ยด ใจร้ายกันที่สุดเลย ก็ผมคิดถึงจีฮเยน้องสาวของผมนี่ครับ วันนี้เราทั้งห้าคนก็เลยจัดงานเลี้ยงกันนิดหน่อย

“Dancing in summer paradise ซารังแฮ ~~~~~~~ฮิ้ว ”

“โห ร้องอย่ากับหมีหลงรังแบบนี้ไม่เกรงใจชาวบ้านเค้ามั่งเลย แถมร้องเพลงหน้าร้อนในคืนหิมะตกอีกต่างหากบ้ารึเปล่า”

ชางมินแอบบ่นเบาๆกับเจ้ายูชอนเรื่องที่ผมร้องผิดคีย์ ก็วันสิ้นปีทั้งทีไหนๆก็ไม่ได้กลับบ้านด้วยแล้ว จะร้องเพลงก็เอาให้มันสิ้นใจตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า ทุกคนเริ่มทนไม่ได้จนต้องยื้อไมค์ให้ห่างจากปากของผม ต่อจากนั้นผมก็เลยหันไปดวดเบียร์กับเจ้ายูชอนต่อ


ผมลืมตาตื่นขึ้นมามองท้องฟ้าข้างนอกที่กลายเป็นสีดำสนิทแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่ากี่ทุ่มกี่ยาม แต่ผมได้ยินเสียงเหมือนพวกน้องๆกำลังเถียงอะไรกันซักอย่างเกี่ยวกับตัวผม หัวผมตอนนี้มันหนักอึ้งจนไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นมาเลยน่ะสิ เหลือบไปมองขวดเบียร์บนโต๊ะก็ร่วมสิบอยู่ นี่ผมกับไอ้คุณลุงวอล์ลดิสนีย์กินกันเข้าไปได้ยังไงเนี่ย


“พี่ยูชอนนั่นแหละชวนกันดื่มดีนัก”

“จะบ้าเหรอชางมิน ฉันผอมออกจะตายใช้ทำงานหนักๆแบบนี้ได้ไง แจจุงนั่นแหละกล้ามโตจะตาย ......อั๊ก”
ผลของการพาดพิงถึงกล้ามอันสวยงามของหญิงสาวต่อหน้าก็คือการโดนแขนฟาดเข้าที่หัวไปเต็มๆ ผมแอบสงสัยมาตั้งหลายวันแล้วล่ะว่าทำไมแจจุงกับชางมินถึงไม่คุยกัน สงสัยแจจุงจะยังงอนเรื่องแผนการที่ล้มเหลวเพราะความใจดีของชางมินไม่เลิก ก็รายนั้นน่ะแหละที่ออกปากชวนคนน่ารักของผมร่วมวงกินข้าวด้วย จะสงสารรึสมน้ำหน้ามันดีล่ะเนี่ย


และแล้วคนที่ต้องแบกผมเข้าห้องนอนในคืนนี้ก็คือคนของผม......ไม่สิ ยังเรียกแบบนี้ไม่ได้ เพราะเรายังไม่ได้เป็นของกันและกัน โอ๊ะ!นี่ผมพูดอะไรน่าอายออกไป ผมจะไม่ทำอะไรจนกว่าจุนซูจะโตพอที่จะเรียนรู้เรื่องแบบนี้ ผมน่ะเป็นสุภาพบุรุษพอนะครับ


“คืนนี้อยากกินลูกแกะ.....เอิ๊ก!”

“หมีบ้านี่เมาไม่รู้เรื่องจริงๆเลย”
พวงแก้มเนียนใสราวกับผิวเด็กแดงเรื่อขึ้นทันที ผมแกล้งหยอกเขาเล่นแต่ดูเหมือนจุนซูจะคิดว่าผมละเมอออกมาล่ะมั้ง ยูชอนบอกว่าผมม่องเท่งไปแล้วเลยกะว่าจะไปเคาน์ดาวน์และกระดกต่อที่บ้านของเจ้าพวกหน้าหล่อทั้งสิบสองคนซักหน่อย เคาน์ดาวน์เคาน์เดือนอะไรผมไม่รับรู้แล้วล่ะ เพราะคืนนี้ห้องนอนจะเป็นของผม แจจุงเองก็คงอยากจะออดอ้อนเด็กอัจฉริยะของเขาเช่นกัน คิดว่าผมไม่รู้รึไงว่าแจจุงเตรียมของขวัญสุดพิเศษเอาไว้ให้ชางมินน่ะ



“อยากมีแฟนเป็นสาวสวย หมวย เอ็กซ์ เซ็กซี่”

“ยุนโฮ! ไอ้บ้า เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ!”
สองมือเล็กจับที่ต้นคอของผมไว้แน่นพร้อมกับแรงเขย่าชนิดที่ว่าหัวแทบจะหลุดออกมาจากบ่า แน่นอนว่าผมยังมีสติอยู่ครบ เพียงแค่อยากรู้ว่าจุนซูจะหึงผมบ้างมั้ย

ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเรื่องแกล้งจุนซูแบบนี้สมองของผมมันถึงได้ไวนัก ผมต้องรีบหยุดคนตรงหน้าก่อนที่เขาจะบีบคอผมจนตายไปซะก่อน ผมโอบเอวจุนซูเอาไว้แน่น ร่างของเราทั้งคู่ล้มลงไปบนที่นอนของคนตัวเล็กอย่างสวยงาม ดวงตาคู่ใสที่สะท้อนกับแสงไฟภายนอกดึงดูดให้ผมมิอาจละสายตาออกไปได้ ผมสามารถสูดเอากลิ่นหอมจากตัวจุนซูเข้าไปได้เต็มปอด ใบหน้าเล็กของผมค่อยๆเคลื่อนเข้าหาซอกคอขาวของคนข้างบนอย่างอดใจไม่ได้

เพี๊ยะ!

“ไม่ต้องมาทำเป็นเปลี่ยนเรื่อง เมื่อกี้พูดว่าอะไร”
จุนซูลุกขึ้นมาจ้องคนเมาอย่างผมด้วยสายตาที่เอาเรื่อง คิกๆ เขายังคงโกรธผมอยู่

“อยากได้ของขวัญวันปีใหม่อ่ะ”

“คิดว่าจะได้รึไง”
ผมพยักหน้าเล็กน้อย แล้วจุนซูก็จะให้ของขวัญกับผมด้วยการเงื้อมือขึ้นเหนือศีรษะ......ผมรีบฉุดข้อมือเล็กที่หวังจะตบหน้าผมอีกรอบลงมาทันที ผมกอดจุนซูแนบกับอกไว้แน่น เจ้าตัวเล็กนั้นก็ได้แต่ดิ้นขลุกขลักไปมาในวงแขนของผม....ให้มันรู้ซะมั่งว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร ผมบรรจงจุมพิตที่เปลือกตาของเขาอย่างแผ่วเบาเป็นการทำโทษ

“ได้สิ ปีนี้พี่เป็นเด็กดีจะตาย ซานต้าน่ะให้ของขวัญพี่อยู่แล้วล่ะ”

“ให้ของขวัญเป็นสาวสวย หมวย เอ็กซ์ เซ็กซี่อย่างที่อยากได้ใช่มั้ยล่ะ เชิญไปรับของขวัญจากซานต้าให้พอใจเลยแล้วก็ไม่ต้องมายุ่งกับเค้าอีก”
คิ้วของจุนซูขมวดจนแทบจะติดกัน ผมหัวเราะเบาๆ เพราะต่อให้จุนซูงอนและดิ้นยังไงเขาก็หลุดออกไปไม่ได้อยู่ดี

“พี่เมาจริงรึเปล่าเนี่ย”จะให้บอกได้ไงว่าผมน่ะสร่างเมาตั้งแต่เขาจับผมเชคแล้ว

“ซานต้าคร้าบ.....ปีนี้จองยุนโฮอยากได้ของขวัญแล้ว แต่ของขวัญของซานต้าใจร้ายจัง”ผมตะโกนออกมาเหมือนเด็กที่กำลังงอแง จุนซูหัวเราะคิกคักอยู่บนตัวของผมเมื่อตีความได้ว่าผมแกล้งเขาอยู่ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นคำพูดที่ชวนเลี่ยนไปซักหน่อย แต่ผมคิดว่านานๆทีทำตัวน่ารักกับจุนซูบ้างก็คงดี

“ยุนโฮติ๊งต๊องจัง”

“แล้วรักมั้ยล่ะ”
ผมลุ้นคำตอบจากปากของคนที่บงการชีวิตของผมได้เกือบทั้งชีวิตด้วยใจที่เต้นรัวราวกับกลอง จุนซูหน้าแดงขึ้นอีกเป็นเท่าตัวเมื่อเขาสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวและเร็วของผม ผมกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบากเมื่อเขาไม่ตอบซักที .......คิดจะแกล้งกันรึไง?

ผมตัดสินใจพลิกตัวให้จุนซูลงมาอยู่ข้างล่างแทน ถ้าถามเอาเองแล้วไม่ได้ก็คงจะต้องควานหาคำตอบเอาเองซะแล้วล่ะ

“ไม่นะ!”
เสียงเล็กรีบปรามผมเอาไว้เมื่อริมฝีปากของเราเฉียดกัน สงสัยซานต้าคงจะไม่มีตัวตนจริงๆอย่างที่ใครต่อใครบอกนั่นแหละ หัวใจของผมมันเหมือนถูกบดขยี้ด้วยคำพูดของจุนซู.....เจ็บปวดไปหมด ผมหยัดกายขึ้นมาอย่างช้าๆพร้อมกับกล่าวขอโทษ ขาคู่ยาวของผมเตรียมที่จะก้าวข้ามไปอีกเตียง แบมบี้ตัวน้อยที่นอนรอคุณพ่ออยู่บนหมอนสีขาวกำลังส่งยิ้มมาให้ราวกับจะปลอบใจ

“ป๊ะป๋ายังหาแม่ให้หนูไม่ได้เลยล่ะแบมบี้ ไม่เอาไหนเลยเนอะ” ผมพูดแค่พอให้ตัวเองได้ยิน

“พี่ยุนโฮ........”

“ไม่เป็นไรจุนซู พี่จะไม่เร่งรัดเรา พี่รอได้” ของขวัญวันปีใหม่ที่ผมอยากได้ก็คือคำว่า “รัก” จากปากของจุนซู ขอแค่นี้มันคงไม่มากไปใช่มั้ย?

“ไม่ครับ........” จุนซูโถมตัวเข้าใส่ผมเต็มแรง ลำแขนเล็กโอบกอดผมเอาไว้แน่น ผมเลยยกมือกอดตอบ

“กอดเค้าให้แน่นอีกพี่ยุนโฮ” ผมทำตามที่จุนซูสั่ง นึกเอะใจที่อยู่ดีๆเด็กดื้อของผมก็มาสั่งให้ผมกอด

“แน่นอีก” ฝ่ามือหนาของผมอดที่จะเลื่อนไปลูบปอยผมสีทองของเขาไม่ได้

“เป็นอะไรรึเปล่าจุนซู?”

“เปล่า”

“โกหก”

“บอกว่าเปล่าไงเล่า......ก็แค่.......ห้ามไปจากเค้านะ แล้วก็ห้ามไปหลงสาวสวย หมวยบ้าบออะไรนั่น”

“ครับคนดี” ผมกดจูบที่ขมับของเขาอีกทีเพื่อเป็นการย้ำให้จุนซูมั่นใจ

“ว่าแต่ยังอยากให้เค้าตอบคำถามเมื่อกี้อยู่รึเปล่าล่ะ” หัวกลมของจุนซูไซ้อยู่ตรงซอกคอของผมพอดี

“อืม”

“ไปแปรงฟันก่อนสิแล้วค่อยมาเอาคำตอบ พี่กินเบียร์เข้าไปตั้งเยอะตอบคำถามทีเหม็นตายชัก”

“ครับ!”
ผมรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ด้านนอก ผ่านโซฟาที่เรานั่งฉลองปีใหม่กันแวบๆเห็นชางมินกับแจจุงกอดกันกลมดิก คงจะปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้วล่ะมั้ง ช่างมันเถอะ ใครจะเป็นยังไงก็ช่างมัน เพราะตอนนี้ผมต้องรีบไปแปรงฟันเพื่อรับของขวัญที่ผมอยากได้มากที่สุด



“เค้ารักพี่ยุนโฮนะ แล้วพี่ล่ะ?” คนตัวเล็กย้อนกลับมาถามผมบ้าง สองแขนโอบรัดอยู่บนบ่าของผมแทบจะทันทีที่ผมเดินกลับเข้ามาในห้อง ริมฝีปากนิ่มช่างจ้อขยับเอื้อนเอ่ยวาจาที่ผมอยากได้ยินมากที่สุดอยู่บนริมฝีปากของผม

แค่ถ้อยคำเล็กๆหากแต่มีความหมายที่สุดสำหรับผม โดยเฉพาะคนพูดคือจุนซูด้วยแล้ว....ยิ่งมีความหมายมากกว่าคนอื่นพูดอีกหลายเท่า


...........ใครบอกว่าซานต้าไม่มีจริง…….....

ก็ซานต้าให้ของขวัญผมอยู่นี่ไง

………ใครบอกว่าเป็นเด็กดื้อแล้วจะไม่ได้รับของขวัญ.............

จุนซูเป็นเด็กดื้อมาทั้งปีแต่ว่าเขายังได้ของขวัญจากซานต้าเป็นตุ๊กตาหมีตัวโตอย่างผมเลย

............แล้วใครบอกว่าคนหน้าหมีอย่างผมไม่ค่อยมีใครชอบ...........

ช่างมันปะไร แค่จุนซูรักผมที่ผมเป็นแบบนี้ก็พอแล้ว ผมจะเอาใจใส่และดูแลเขาเป็นอย่างดี จะทำให้พ่อและแม่ของเขาวางใจว่าจุนซูไม่จำเป็นต้องมีพี่ใหญ่อย่างผมอีกแล้ว จุนซูโตพอที่จะมีแฟนได้แล้ว และคนๆนั้นก็คือผมเอง


ผมอยากจะขอบคุณซานต้าที่สุดในโลกเลย


“รักสิ...รักมากเลยด้วย”


ถ้าไม่รักแล้วจะทำแบบนี้ได้เหรอ

.

.

.

END

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ๊ากกก เค้าขอโทษ เค้าเพิ่งหลงเข้ามาอ่าน

โรแมนติก หนาว ฮาเป็นที่สุด ><
มี SoulFighter ที่ชอบด้วยย...ชอบค่ะ

#1 By AIM (124.121.84.162) on 2008-04-13 15:03

รักสิ รักมากเลยด้วย
ถ้าไม่รักแล้วจะทำแบบนี้เหรอ

อ๊าก~~ ขอสลบ ชอบประโยคนี้จังวุ้ยไอ้หมี
จะหวานไปล่ะ T^T ซึ้งจาย

ปล.รักนุ้งเซีย
ปลล.ก็รักนุ้งเซีย
ปลลล.ก็รักนุ้งเซียอีกล่ะ

#2 By All Su on 2008-04-15 12:55