[SF]One Touch...[Joongshim]
posted on 13 Apr 2008 14:48 by hosoo0615 in JS-Fic
Title : [SF] One Touch...
Couple : Changmin+Jaejoong
Author : yunho_prince
Rate : G
Author’s Talk : เป็นฟิคจุงชิมเรื่องแรกที่แต่งค่ะ เพราะปกติจะแต่งโฮซู อาจจะไม่ดีมากนะคะเพราะเราไม่ใช่มืออาชีพ ขอให้มีความสุขในการอ่านค่ะ
BGM : GoYounha: During the first snow
Changmin’s Diary
ธันวาคม 2005
เกล็ดหิมะปุยสีขาวร่วงหล่นเกาะจับอยู่ตามท้องถนนและอาคารบ้านเรือน ท่ามกลางอุณหภูมิที่ไม่ถึงสิบองศาในล็อตเต้เวิล์ด สวนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดของกรุงโซล อากาศหนาวพาลทำให้ทุกอย่างหยุดเคลื่อนไหว แม้แต่ตัวผมเองยังอยากจะนั่งอยู่ในห้องแต่งตัวแบบนี้นานๆไม่ออกไปไหน
ผมเกลียดหน้าหนาวอย่างจับใจเพราะทุกครั้งที่หิมะตก ผมที่เคยเป็นแค่เด็กผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่งก็คงจะใช้เวลานี้เล่นหิมะอยู่กับน้องสาวอีกสองคนที่เหลืออยู่หน้าบ้าน ฤดูหนาวเมื่อก่อนของผมจึงเต็มไปด้วยความสนุกสนานและความสุข
หากแต่ตอนนี้...ผมได้กลายเป็นสมาชิกอายุน้อยที่สุดในวงที่กำลังโด่งดังที่สุดในตอนนี้ของเกาหลี ผมต้องย้ายออกจากบ้านเพื่อความสะดวกในการทำงาน ขาดเรียนบ่อยๆ มีชื่อใหม่ในวงการ และที่สำคัญ......ตารางงานของสปอนเซอร์ต่างๆที่เรียงหน้าเข้ามาจนไม่มีเวลาให้กับครอบครัวเหมือนเมื่อก่อน
ไม่ใช่ว่าผมไม่มีความสุขนะ แต่ว่าผม........ยังเป็นเด็กอยู่นี่ครับ ยังไงก็ต้องรู้สึกเหงาบ้างเป็นธรรมดา
แต่คนๆเดียวที่สามารถทำให้ความเหงาของผมค่อยๆละลายออกไปได้ เขากำลังนั่งท่องเนื้อเพลงอยู่บนโซฟามุมห้องแต่งตัวตรงนั้นไงครับ พี่ใหญ่ของวงแต่ก็ไม่ใช่หัวหน้าวง
ดวงหน้าขาวราวกับปุยหิมะที่กำลังตกกระทบไฟนีออนสีเหลืองนวลอยู่ข้างนอกในเวลานี้ ใบหน้าหวานราวกับเจ้าหญิงที่มองเท่าไหร่ๆก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลยซักครั้ง ถ้าเป็นไปได้ผมอยากจะตื่นขึ้นมาเห็นใบหน้าของเขายามนิทราอยู่เบื้องหน้าทุกเช้า .......ผมอยากจะมองแค่เขาเพียงคนเดียว
“พี่แจจุง?”
สองแขนนิ่มโอบกอดผมจากทางด้านหลัง คางมนเกยอยู่บนไหล่ผมอย่างเอาใจ กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวของพี่แจจุงยิ่งทำให้ผมหวั่นไหวอีกเป็นเท่าตัว นี่ผมเผลอคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนไม่รู้สึกตัวเลยซักนิดว่าพี่เขาเดินเข้ามาถึงตัวผมตั้งแต่เมื่อไหร่
“คิดอะไรอยู่?”
“เปล่าครับ แค่คิดอะไรเพลินๆ” จะให้ผมบอกได้ยังไงล่ะว่ากำลังคิดถึงเรื่องของพี่เขาอยู่
“จวนจะได้เวลาซ้อมแล้วนะ ไปเตรียมตัวได้แล้ว”
“ครับ”
ผมจำใจผละออกจากพี่แจจุงอย่างเสียดาย สงสัยคิ้วหนาที่ขมวดเข้าหากันกับแก้มป่องๆที่ผมตีลมคงจะไปสะดุดตาของพี่แจจุงเข้า ผมเห็นเขาขำคิกคักอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ผมจะเดินไปที่ราวเสื้อสีขาวหลายแบบจำนวนสิบกว่าตัวที่แขวนไว้
ผมหยิบเสื้อตัวหนึ่งที่มีป้ายชื่อของผมติดอยู่ขึ้นมาเปลี่ยน การที่จะต้องถอดเสื้อในหน้าหนาวที่มันทรมานไม่ใช่เล่น ผมกัดฟันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะถอดเสื้อตัวเดิมออกแล้วเปลี่ยนเป็นตัวใหม่ ไม่สนุกเลยซักนิด!
สวบ!
ท่อนแขนนิ่มภายใต้เสื้อไหมพรมสีขาวของคนๆเดิมสอดเข้ามาโอบกอดที่เอวของผมแน่น ใบหน้าเล็กซุกอยู่ที่กลางหลังของผมอย่างพอดิบพอดี หัวใจของผมเริ่มเต้นเร็วและถี่ขึ้น ผมตื่นเต้นทุกครั้งที่มีโอกาสได้อยู่ใกล้พี่แจจุง ซึ่งนั่นก็หมายถึงทุกวันนั่นเอง
“หนาวเหรอ?”
“เปล่าครับ”
“คิกๆ อย่ามาโกหกเลย ฉันเห็นนายทำใจตั้งนานกว่าจะถอดเสื้อได้ แล้วทำไมหน้าแดงจัง?”
ผมรู้สึกเขินนิดๆกับคำถามสุดท้าย
“ก็มันหนาวนี่ครับ”
ผมแก้ตัวข้างๆคูๆเพื่อไม่ให้เขาจับได้ แต่พอหันไปดูที่กระจกในห้อง...แก้มของผมมันแดงราวกับถูกฉีดสีแน่ะ
“อุ่นขึ้นมั้ย?”
สองแขนที่รวบเข้ามาหาผมแน่นขึ้น เป็นผลให้ช่องว่างระหว่างเราถูกลดลงไปด้วยเช่นกัน แผ่นหลังของผมกำลังแนบชิดกับอกของพี่แจจุงราวกับฝันไป ผมรู้สึกได้ว่าพี่เขาก็ใจเต้นแรงไม่ต่างจากผมซักเท่าไหร่
หรือว่าผมคิดไปเอง?
“อยากอยู่แบบนี้นานๆ” เสียงนั้นเบาจนผมแทบจะไม่ได้ยิน แต่ไอ้ที่ได้ยินก็ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองหรอกนะ
“อะไรนะครับ?”
“ปะ...เปล่าหรอก ไปข้างนอกกันเถอะคนอื่นคงรอแย่”
ผมทำท่าว่าจะเดินนำหน้าออกไปก่อน แต่พี่แจจุงกลับรั้งชายเสื้อของผมเอาไว้ ผ้าพันคอไหมพรมสีขาวผืนหนาถูกสวมลงมาทับที่ปกเสื้อสูทสีขาวของผมอีกที พี่แจจุงจัดแจงผูกมันให้เข้าที่อย่างสวยงาม ก่อนที่จะดันหลังให้ผมเดินต่อไป
“เผื่อนายจะไม่สบาย”
เมื่อกี้ผมไม่ได้ตาฝาดแน่สาบานได้ ผมเห็นพี่แจจุงแอบยิ้มที่มุมปาก ก็จะหาว่าผมขี้ตู่คิดไปเองได้ยังไงกันเล่า ในเมื่อสายตาของผมมีไว้สำหรับมองแต่เขาแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น
ข้างนอกอากาศหนาวจนเกือบจะติดลบแต่พวกลิงทั้งสิบสองตัวกับคนในวงอีกสามคนที่ออกมาก่อน เล่นกันอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหนาวกันเลยซักนิด แต่ที่แย่หน่อยก็คงจะเป็นสายตาที่จ้องเขม็งของพี่ยุนโฮเวลาเด็กดื้อของเขาอยู่กับอึนฮยอกนี่แหละครับ จ้องไม่วางตาเชียว
เราสองคน เอ่อ...หมายถึงผมกับพี่แจจุงอ่ะนะ เดินออกมาข้างนอกได้ซักพักผู้กำกับก็เรียกเราทั้งสิบเจ็ดคนไปซักซ้อมคิวที่จะถ่ายหน้าปกอัลบั้มเฉพาะกิจของพวกเรา ‘Show me your love’ อัลบั้มนี่ก็คงจะเปรียบได้กับของขวัญวันคริสต์มาสให้กับแฟนเพลงทุกคนล่ะมั้งครับ
“ชางมิน”
พี่แจจุงเดินเข้ามากระซิบบางอย่างที่ข้างหูผมก่อนที่จะรีบเดินไปหาพี่ชายคนสวยอีกคน...พี่ฮีชอล ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อเรื่องซานต้าหรอก แต่พอได้ยินสิ่งที่พี่เขากระซิบกับผมเมื่อครู่แล้ว...ผมกลับคิดว่าปีนี้ซานต้าให้ของขวัญผมไวชะมัด
อยากกลับบ้านเร็วๆจัง~
กว่ารูปที่ออกมาจะถูกใจผู้กำกับได้ก็เล่นเอาเหนื่อยไม่ใช่น้อย อันที่จริงแล้วการถ่ายปกอัลบั้มมันก็ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงของพวกเราเท่าไหร่หรอก เพียงแต่นานๆทีได้เจอกันครบทั้งสิบเจ็ดคนมันก็ต้องมีเรื่องให้คุยกันเยอะเป็นธรรมดา ที่เหนื่อยหน่อยก็คงจะเป็นหัวหน้าวงของเราทั้งสองฝ่ายนี่แหละ ที่ต้องคอยปรามเหล่าลิงทั้งหลายที่ส่งเสียงกันให้ดังสนั่นหวั่นไหวแข่งกับเสียงดนตรีเพลงใหม่ของพวกเรา
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่กับข้าวธรรมดาๆแค่มื้อเดียวแต่ผมก็ยังปลื้มอยู่ดีนะ เพราะว่าพี่แจจุงเขาชวนผมแค่คนเดียวนี้ครับใครจะไม่ปลื้มล่ะ
“ฮ่า! กับข้าวน่ากินจัง”
หลังจากที่พี่แจจุงพยายามไล่ให้ทุกคนเข้าไปนอนเพราะอ้างว่าทำงานกันจนเหนื่อยมาทั้งวันแล้วควรจะพักผ่อน จนเหลือแค่พบกับพี่เขาสองคน แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้ลูกชิ้นตัวดีมันมานั่งอยู่ข้างๆผมพร้มอกับสูดกลิ่นอาหารมื้อพิเศษของผมได้ยังไง
“ก็กินด้วยกันซะเลยสิ”
ผมชวนพอเป็นพิธีแต่ไม่นึกว่ามันจะเอาจริงแฮะ พี่แจจุงลุกขึ้นพรวดออกจากห้องกินข้าวเข้าห้องน้ำทันที ท่าทางเจ้าตัวการนี่คงจะไม่รู้ว่ากำลังทำให้บรรยากาศที่หวานหอมของผมต้องพังทลาย ไอ้เสียดายที่จะต้องอดกินข้าวสองต่อสองกับพี่แจจุงมันก็เสียดายอยู่หรอกครับ แต่ผมคงจะโกรธคนตาใสๆหน้าซื่อๆของหัวหน้าไม่ลง
หลังจากวันที่ระเบิดลุกย่อมๆถูกปล่อยลงกลางโต๊ะกินข้าวในคืนนั้น พี่แจจุงก็ยังไม่คุยกับผมเลยแม้แต่คำเดียว เดินผ่านยังไม่อยากจะมองหน้าเลยมั้งครับ คิดถึงกอดอุ่นๆของพี่แจจุงจนแทบใจจะขาด
วันนี้คงเป็นวันส่งท้ายปีเก่าที่แสนเศร้าที่สุดในชีวิตของผมเลยมั้งครับ พรุ่งนี้จะเป็นวันปีใหม่แล้วนะพี่แจจุง ผมเคยลองถามดูแล้วแต่ว่าเขากลับบอกว่ารอให้ถึงวันที่สามสิบเอ็ดก่อนแล้วจะบอกว่าอยากได้อะไร แต่จนบัดนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าพี่อยากได้อะไรกันแน่ เพราะปากพล่อยๆที่ดันไปชวนไอ้ตัวยุ่งนั่นแท้ๆเลยเชียว ผมอยากร้องไห้จัง
วันนี้เราทั้งห้าคนจัดงานเลี้ยงกันนิดหน่อยเพราะไม่มีใครได้รับอนุญาตให้กลับบ้านเลยซักคนเดียว แม้แต่พี่ยุนโฮที่โหยหวนเพราะคิดถึงน้องสาวสุดที่รักอย่างเอาเป็นเอาตายก็เถอะ วันนี้เลยเหมือนหมีถูกปลดปล่อยออกจากกรงเพราะพี่ยุนโอเล่นร้องเพลงซะเต็มที่ตั้งแต่เย็นจนบัดนี้ยังไม่ยอมวางไมค์ ผมชักจะรำคาญแล้วนะเนี่ย
ห้าทุ่มกว่าแล้ว พี่ยุนโฮเริ่มเมาไม่รู้เรื่องจนต้องลำบากให้คนของเขาแบกกลับเข้าไปในห้อง แต่ท่าทางหมาป่าจะเริ่มออกลายเพราะผมได้ยินพี่เขาพูดว่า”คืนนี้อยากินลูกแกะ” เล่นเอาคนแบกเขินจนคนตัวโตโดนทุบไปหลายที ส่วนพี่ยูอนที่ยังไม่ได้ดื่มก็กะว่าจะไปดวดเบียร์พร้อมกับเคาน์ดาวน์ที่ห้องของพวกซุปเปอร์จูเนียร์ต่อ ส่วนผมน่ะเหรอ เฮ่อ~! ผมจะนอนตรงนี้แหละ........ให้มันหนาวตายไปเลย
ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมพี่แจจุงถึงยังไม่เข้าไปในห้องอีก ทั้งๆนี่มันก็เกือบจะเที่ยงคืนอยู่แล้ว ผมปูที่นอนลงตรงหน้าทีวีแล้วหันไปส่งสายตาอ้อนวอนสุดฤทธิ์ให้กับนางฟ้าที่นั่งอยู่ข้างบนโซฟาเหนือผม หวังเพียงแค่จะได้อ้อมกอดอุ่นๆหรือหอมแก้มก่อนนอนก็ยังดี
“พี่ยังไม่ได้บอกผมเลยนะว่าปีนี้อยากได้อะไร”
เรานั่งมองหน้ากันอยู่นาน ไม่มีแม้แต่คำพูดใดๆที่จะหลุดออกจากปากของพี่แจจุง มีแต่สายตาของผมที่มองอย่างโหยหา จนนาฬิกาเรือนใหญ่สีดำบนข้างผนังตีบอกเวลาเที่ยงคืน
มือนิ่มฉุดแขนของผมอย่างแรงจนผมขึ้นไปนั่งอยู่บนโซฟาเดียวกับเขา ก่อนที่จะดึงผมเข้าไปรับไออุ่นที่โหยหามานาน........ไม่ใช่เพียงแค่อ้อมกอดเท่านั้น....หากแต่มีริมฝีปากนุ่มชวนสัมผัสเป็นของขวัญต้อนรับวันปีใหม่ที่แสนวิเศษที่สุดสำหรับผม ผมจำความรู้สึกในตอนนั้นได้ดี ตอนที่พี่เขาขโมยจูบแรกของผมไป มันต่างกันนะ......เพราะตอนนั้นผมยังไม่มีความรู้สึกพิเศษแบบนี้กับพี่แจจุง......
พี่แจจุงแช่สัมผัสอ่อนโยนนั้นเอาไว้นาน ราวกับว่าอยากจะชดเชยให้มันคุ้มค่า แต่ผมกลับคิดว่ามันยังน้อยเกินไปสำหรับสิ่งที่พี่เขาแกล้งผมมาตลอดหลายวัน
“เขาบอกว่าถ้าใครได้จูบกับแฟนของตัวเองในนาทีแรกของวันขึ้นปีใหม่.......จะโชคดีตลอดไป”
แฟน? พี่แจจุงเรียกผมว่าแฟน นี่ผมไม่ได้หูฟาดไปอีกแล้วใช่มั้ย ถึงแม้ว่าอยากจะโทษแสงไฟในห้องที่มันสว่างไม่พอเพื่อจะได้ดูให้แน่ใจว่าใบหน้าหวานๆของนางฟ้าตรงหน้าของผมแดงแค่ไหนก็เถอะ แต่ผมไม่โกรธเลยซักนิดเพราะตอนนี้ผมกำลังดีใจนี่ครับ หัวใจของผมมันเต้นอย่างกับลิงโลด
“นี่แหละของขวัญวันปีใหม่ที่ฉันอยากได้”
“นายเป็นเด็กทำอะไรคิดถึงฉันบ้างก็แล้วกัน บางที.....ฉันก็ตามความคิดของนายไม่ทัน”
ผมอยากจะขอบคุณซานต้าซักพันครั้งที่เอาของขวัญสุดวิเศษของปีนี้มาให้ และผมล่ะอยากจะทำโทษที่พี่แจจุงแกล้งผมจริงๆนะ แต่ผมไม่กล้าทำหรอกครับ........ก็ผมน่ะรักเขาอย่างกับอะไรดี
แล้วความรักของคุณล่ะครับ เป็นยังไงบ้าง
.
.
END
Couple : Changmin+Jaejoong
Author : yunho_prince
Rate : G
Author’s Talk : เป็นฟิคจุงชิมเรื่องแรกที่แต่งค่ะ เพราะปกติจะแต่งโฮซู อาจจะไม่ดีมากนะคะเพราะเราไม่ใช่มืออาชีพ ขอให้มีความสุขในการอ่านค่ะ
BGM : GoYounha: During the first snow
Changmin’s Diary
ธันวาคม 2005
เกล็ดหิมะปุยสีขาวร่วงหล่นเกาะจับอยู่ตามท้องถนนและอาคารบ้านเรือน ท่ามกลางอุณหภูมิที่ไม่ถึงสิบองศาในล็อตเต้เวิล์ด สวนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดของกรุงโซล อากาศหนาวพาลทำให้ทุกอย่างหยุดเคลื่อนไหว แม้แต่ตัวผมเองยังอยากจะนั่งอยู่ในห้องแต่งตัวแบบนี้นานๆไม่ออกไปไหน
ผมเกลียดหน้าหนาวอย่างจับใจเพราะทุกครั้งที่หิมะตก ผมที่เคยเป็นแค่เด็กผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่งก็คงจะใช้เวลานี้เล่นหิมะอยู่กับน้องสาวอีกสองคนที่เหลืออยู่หน้าบ้าน ฤดูหนาวเมื่อก่อนของผมจึงเต็มไปด้วยความสนุกสนานและความสุข
หากแต่ตอนนี้...ผมได้กลายเป็นสมาชิกอายุน้อยที่สุดในวงที่กำลังโด่งดังที่สุดในตอนนี้ของเกาหลี ผมต้องย้ายออกจากบ้านเพื่อความสะดวกในการทำงาน ขาดเรียนบ่อยๆ มีชื่อใหม่ในวงการ และที่สำคัญ......ตารางงานของสปอนเซอร์ต่างๆที่เรียงหน้าเข้ามาจนไม่มีเวลาให้กับครอบครัวเหมือนเมื่อก่อน
ไม่ใช่ว่าผมไม่มีความสุขนะ แต่ว่าผม........ยังเป็นเด็กอยู่นี่ครับ ยังไงก็ต้องรู้สึกเหงาบ้างเป็นธรรมดา
แต่คนๆเดียวที่สามารถทำให้ความเหงาของผมค่อยๆละลายออกไปได้ เขากำลังนั่งท่องเนื้อเพลงอยู่บนโซฟามุมห้องแต่งตัวตรงนั้นไงครับ พี่ใหญ่ของวงแต่ก็ไม่ใช่หัวหน้าวง
ดวงหน้าขาวราวกับปุยหิมะที่กำลังตกกระทบไฟนีออนสีเหลืองนวลอยู่ข้างนอกในเวลานี้ ใบหน้าหวานราวกับเจ้าหญิงที่มองเท่าไหร่ๆก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลยซักครั้ง ถ้าเป็นไปได้ผมอยากจะตื่นขึ้นมาเห็นใบหน้าของเขายามนิทราอยู่เบื้องหน้าทุกเช้า .......ผมอยากจะมองแค่เขาเพียงคนเดียว
“พี่แจจุง?”
สองแขนนิ่มโอบกอดผมจากทางด้านหลัง คางมนเกยอยู่บนไหล่ผมอย่างเอาใจ กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวของพี่แจจุงยิ่งทำให้ผมหวั่นไหวอีกเป็นเท่าตัว นี่ผมเผลอคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนไม่รู้สึกตัวเลยซักนิดว่าพี่เขาเดินเข้ามาถึงตัวผมตั้งแต่เมื่อไหร่
“คิดอะไรอยู่?”
“เปล่าครับ แค่คิดอะไรเพลินๆ” จะให้ผมบอกได้ยังไงล่ะว่ากำลังคิดถึงเรื่องของพี่เขาอยู่
“จวนจะได้เวลาซ้อมแล้วนะ ไปเตรียมตัวได้แล้ว”
“ครับ”
ผมจำใจผละออกจากพี่แจจุงอย่างเสียดาย สงสัยคิ้วหนาที่ขมวดเข้าหากันกับแก้มป่องๆที่ผมตีลมคงจะไปสะดุดตาของพี่แจจุงเข้า ผมเห็นเขาขำคิกคักอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ผมจะเดินไปที่ราวเสื้อสีขาวหลายแบบจำนวนสิบกว่าตัวที่แขวนไว้
ผมหยิบเสื้อตัวหนึ่งที่มีป้ายชื่อของผมติดอยู่ขึ้นมาเปลี่ยน การที่จะต้องถอดเสื้อในหน้าหนาวที่มันทรมานไม่ใช่เล่น ผมกัดฟันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะถอดเสื้อตัวเดิมออกแล้วเปลี่ยนเป็นตัวใหม่ ไม่สนุกเลยซักนิด!
สวบ!
ท่อนแขนนิ่มภายใต้เสื้อไหมพรมสีขาวของคนๆเดิมสอดเข้ามาโอบกอดที่เอวของผมแน่น ใบหน้าเล็กซุกอยู่ที่กลางหลังของผมอย่างพอดิบพอดี หัวใจของผมเริ่มเต้นเร็วและถี่ขึ้น ผมตื่นเต้นทุกครั้งที่มีโอกาสได้อยู่ใกล้พี่แจจุง ซึ่งนั่นก็หมายถึงทุกวันนั่นเอง
“หนาวเหรอ?”
“เปล่าครับ”
“คิกๆ อย่ามาโกหกเลย ฉันเห็นนายทำใจตั้งนานกว่าจะถอดเสื้อได้ แล้วทำไมหน้าแดงจัง?”
ผมรู้สึกเขินนิดๆกับคำถามสุดท้าย
“ก็มันหนาวนี่ครับ”
ผมแก้ตัวข้างๆคูๆเพื่อไม่ให้เขาจับได้ แต่พอหันไปดูที่กระจกในห้อง...แก้มของผมมันแดงราวกับถูกฉีดสีแน่ะ
“อุ่นขึ้นมั้ย?”
สองแขนที่รวบเข้ามาหาผมแน่นขึ้น เป็นผลให้ช่องว่างระหว่างเราถูกลดลงไปด้วยเช่นกัน แผ่นหลังของผมกำลังแนบชิดกับอกของพี่แจจุงราวกับฝันไป ผมรู้สึกได้ว่าพี่เขาก็ใจเต้นแรงไม่ต่างจากผมซักเท่าไหร่
หรือว่าผมคิดไปเอง?
“อยากอยู่แบบนี้นานๆ” เสียงนั้นเบาจนผมแทบจะไม่ได้ยิน แต่ไอ้ที่ได้ยินก็ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองหรอกนะ
“อะไรนะครับ?”
“ปะ...เปล่าหรอก ไปข้างนอกกันเถอะคนอื่นคงรอแย่”
ผมทำท่าว่าจะเดินนำหน้าออกไปก่อน แต่พี่แจจุงกลับรั้งชายเสื้อของผมเอาไว้ ผ้าพันคอไหมพรมสีขาวผืนหนาถูกสวมลงมาทับที่ปกเสื้อสูทสีขาวของผมอีกที พี่แจจุงจัดแจงผูกมันให้เข้าที่อย่างสวยงาม ก่อนที่จะดันหลังให้ผมเดินต่อไป
“เผื่อนายจะไม่สบาย”
เมื่อกี้ผมไม่ได้ตาฝาดแน่สาบานได้ ผมเห็นพี่แจจุงแอบยิ้มที่มุมปาก ก็จะหาว่าผมขี้ตู่คิดไปเองได้ยังไงกันเล่า ในเมื่อสายตาของผมมีไว้สำหรับมองแต่เขาแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น
ข้างนอกอากาศหนาวจนเกือบจะติดลบแต่พวกลิงทั้งสิบสองตัวกับคนในวงอีกสามคนที่ออกมาก่อน เล่นกันอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหนาวกันเลยซักนิด แต่ที่แย่หน่อยก็คงจะเป็นสายตาที่จ้องเขม็งของพี่ยุนโฮเวลาเด็กดื้อของเขาอยู่กับอึนฮยอกนี่แหละครับ จ้องไม่วางตาเชียว
เราสองคน เอ่อ...หมายถึงผมกับพี่แจจุงอ่ะนะ เดินออกมาข้างนอกได้ซักพักผู้กำกับก็เรียกเราทั้งสิบเจ็ดคนไปซักซ้อมคิวที่จะถ่ายหน้าปกอัลบั้มเฉพาะกิจของพวกเรา ‘Show me your love’ อัลบั้มนี่ก็คงจะเปรียบได้กับของขวัญวันคริสต์มาสให้กับแฟนเพลงทุกคนล่ะมั้งครับ
“ชางมิน”
พี่แจจุงเดินเข้ามากระซิบบางอย่างที่ข้างหูผมก่อนที่จะรีบเดินไปหาพี่ชายคนสวยอีกคน...พี่ฮีชอล ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อเรื่องซานต้าหรอก แต่พอได้ยินสิ่งที่พี่เขากระซิบกับผมเมื่อครู่แล้ว...ผมกลับคิดว่าปีนี้ซานต้าให้ของขวัญผมไวชะมัด
อยากกลับบ้านเร็วๆจัง~
กว่ารูปที่ออกมาจะถูกใจผู้กำกับได้ก็เล่นเอาเหนื่อยไม่ใช่น้อย อันที่จริงแล้วการถ่ายปกอัลบั้มมันก็ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงของพวกเราเท่าไหร่หรอก เพียงแต่นานๆทีได้เจอกันครบทั้งสิบเจ็ดคนมันก็ต้องมีเรื่องให้คุยกันเยอะเป็นธรรมดา ที่เหนื่อยหน่อยก็คงจะเป็นหัวหน้าวงของเราทั้งสองฝ่ายนี่แหละ ที่ต้องคอยปรามเหล่าลิงทั้งหลายที่ส่งเสียงกันให้ดังสนั่นหวั่นไหวแข่งกับเสียงดนตรีเพลงใหม่ของพวกเรา
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่กับข้าวธรรมดาๆแค่มื้อเดียวแต่ผมก็ยังปลื้มอยู่ดีนะ เพราะว่าพี่แจจุงเขาชวนผมแค่คนเดียวนี้ครับใครจะไม่ปลื้มล่ะ
“ฮ่า! กับข้าวน่ากินจัง”
หลังจากที่พี่แจจุงพยายามไล่ให้ทุกคนเข้าไปนอนเพราะอ้างว่าทำงานกันจนเหนื่อยมาทั้งวันแล้วควรจะพักผ่อน จนเหลือแค่พบกับพี่เขาสองคน แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้ลูกชิ้นตัวดีมันมานั่งอยู่ข้างๆผมพร้มอกับสูดกลิ่นอาหารมื้อพิเศษของผมได้ยังไง
“ก็กินด้วยกันซะเลยสิ”
ผมชวนพอเป็นพิธีแต่ไม่นึกว่ามันจะเอาจริงแฮะ พี่แจจุงลุกขึ้นพรวดออกจากห้องกินข้าวเข้าห้องน้ำทันที ท่าทางเจ้าตัวการนี่คงจะไม่รู้ว่ากำลังทำให้บรรยากาศที่หวานหอมของผมต้องพังทลาย ไอ้เสียดายที่จะต้องอดกินข้าวสองต่อสองกับพี่แจจุงมันก็เสียดายอยู่หรอกครับ แต่ผมคงจะโกรธคนตาใสๆหน้าซื่อๆของหัวหน้าไม่ลง
หลังจากวันที่ระเบิดลุกย่อมๆถูกปล่อยลงกลางโต๊ะกินข้าวในคืนนั้น พี่แจจุงก็ยังไม่คุยกับผมเลยแม้แต่คำเดียว เดินผ่านยังไม่อยากจะมองหน้าเลยมั้งครับ คิดถึงกอดอุ่นๆของพี่แจจุงจนแทบใจจะขาด
วันนี้คงเป็นวันส่งท้ายปีเก่าที่แสนเศร้าที่สุดในชีวิตของผมเลยมั้งครับ พรุ่งนี้จะเป็นวันปีใหม่แล้วนะพี่แจจุง ผมเคยลองถามดูแล้วแต่ว่าเขากลับบอกว่ารอให้ถึงวันที่สามสิบเอ็ดก่อนแล้วจะบอกว่าอยากได้อะไร แต่จนบัดนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าพี่อยากได้อะไรกันแน่ เพราะปากพล่อยๆที่ดันไปชวนไอ้ตัวยุ่งนั่นแท้ๆเลยเชียว ผมอยากร้องไห้จัง
วันนี้เราทั้งห้าคนจัดงานเลี้ยงกันนิดหน่อยเพราะไม่มีใครได้รับอนุญาตให้กลับบ้านเลยซักคนเดียว แม้แต่พี่ยุนโฮที่โหยหวนเพราะคิดถึงน้องสาวสุดที่รักอย่างเอาเป็นเอาตายก็เถอะ วันนี้เลยเหมือนหมีถูกปลดปล่อยออกจากกรงเพราะพี่ยุนโอเล่นร้องเพลงซะเต็มที่ตั้งแต่เย็นจนบัดนี้ยังไม่ยอมวางไมค์ ผมชักจะรำคาญแล้วนะเนี่ย
ห้าทุ่มกว่าแล้ว พี่ยุนโฮเริ่มเมาไม่รู้เรื่องจนต้องลำบากให้คนของเขาแบกกลับเข้าไปในห้อง แต่ท่าทางหมาป่าจะเริ่มออกลายเพราะผมได้ยินพี่เขาพูดว่า”คืนนี้อยากินลูกแกะ” เล่นเอาคนแบกเขินจนคนตัวโตโดนทุบไปหลายที ส่วนพี่ยูอนที่ยังไม่ได้ดื่มก็กะว่าจะไปดวดเบียร์พร้อมกับเคาน์ดาวน์ที่ห้องของพวกซุปเปอร์จูเนียร์ต่อ ส่วนผมน่ะเหรอ เฮ่อ~! ผมจะนอนตรงนี้แหละ........ให้มันหนาวตายไปเลย
ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมพี่แจจุงถึงยังไม่เข้าไปในห้องอีก ทั้งๆนี่มันก็เกือบจะเที่ยงคืนอยู่แล้ว ผมปูที่นอนลงตรงหน้าทีวีแล้วหันไปส่งสายตาอ้อนวอนสุดฤทธิ์ให้กับนางฟ้าที่นั่งอยู่ข้างบนโซฟาเหนือผม หวังเพียงแค่จะได้อ้อมกอดอุ่นๆหรือหอมแก้มก่อนนอนก็ยังดี
“พี่ยังไม่ได้บอกผมเลยนะว่าปีนี้อยากได้อะไร”
เรานั่งมองหน้ากันอยู่นาน ไม่มีแม้แต่คำพูดใดๆที่จะหลุดออกจากปากของพี่แจจุง มีแต่สายตาของผมที่มองอย่างโหยหา จนนาฬิกาเรือนใหญ่สีดำบนข้างผนังตีบอกเวลาเที่ยงคืน
มือนิ่มฉุดแขนของผมอย่างแรงจนผมขึ้นไปนั่งอยู่บนโซฟาเดียวกับเขา ก่อนที่จะดึงผมเข้าไปรับไออุ่นที่โหยหามานาน........ไม่ใช่เพียงแค่อ้อมกอดเท่านั้น....หากแต่มีริมฝีปากนุ่มชวนสัมผัสเป็นของขวัญต้อนรับวันปีใหม่ที่แสนวิเศษที่สุดสำหรับผม ผมจำความรู้สึกในตอนนั้นได้ดี ตอนที่พี่เขาขโมยจูบแรกของผมไป มันต่างกันนะ......เพราะตอนนั้นผมยังไม่มีความรู้สึกพิเศษแบบนี้กับพี่แจจุง......
พี่แจจุงแช่สัมผัสอ่อนโยนนั้นเอาไว้นาน ราวกับว่าอยากจะชดเชยให้มันคุ้มค่า แต่ผมกลับคิดว่ามันยังน้อยเกินไปสำหรับสิ่งที่พี่เขาแกล้งผมมาตลอดหลายวัน
“เขาบอกว่าถ้าใครได้จูบกับแฟนของตัวเองในนาทีแรกของวันขึ้นปีใหม่.......จะโชคดีตลอดไป”
แฟน? พี่แจจุงเรียกผมว่าแฟน นี่ผมไม่ได้หูฟาดไปอีกแล้วใช่มั้ย ถึงแม้ว่าอยากจะโทษแสงไฟในห้องที่มันสว่างไม่พอเพื่อจะได้ดูให้แน่ใจว่าใบหน้าหวานๆของนางฟ้าตรงหน้าของผมแดงแค่ไหนก็เถอะ แต่ผมไม่โกรธเลยซักนิดเพราะตอนนี้ผมกำลังดีใจนี่ครับ หัวใจของผมมันเต้นอย่างกับลิงโลด
“นี่แหละของขวัญวันปีใหม่ที่ฉันอยากได้”
“นายเป็นเด็กทำอะไรคิดถึงฉันบ้างก็แล้วกัน บางที.....ฉันก็ตามความคิดของนายไม่ทัน”
ผมอยากจะขอบคุณซานต้าซักพันครั้งที่เอาของขวัญสุดวิเศษของปีนี้มาให้ และผมล่ะอยากจะทำโทษที่พี่แจจุงแกล้งผมจริงๆนะ แต่ผมไม่กล้าทำหรอกครับ........ก็ผมน่ะรักเขาอย่างกับอะไรดี
แล้วความรักของคุณล่ะครับ เป็นยังไงบ้าง
.
.
END
Tags: changmin, fiction, jaejoong, joongshim1 Comments
*****************
#1 By AIM (124.121.84.162) on 2008-04-13 15:12